การปกครองและกฎหมายในออสเตรเลีย
ทำความเข้าใจระบบการปกครองของออสเตรเลีย บทบาทของรัฐธรรมนูญ รัฐบาล 3 ระดับ การแบ่งแยกอำนาจ และการทำงานของระบบกฎหมาย
ข้อเท็จจริงสำคัญสำหรับการสอบส่วนที่ 3
- รัฐธรรมนูญแห่งออสเตรเลียคือเอกสารทางกฎหมายที่กำหนดกรอบโครงสร้างการบริหารประเทศ
- รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ผ่านการลงประชามติ (Referendum) ที่ต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้นเท่านั้น
- ประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือ สมเด็จพระเจ้า찰스ที่ 3 ซึ่งทรงมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเป็นผู้แทนพระองค์
- หัวหน้ารัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรี
- รัฐบาลมี 3 ระดับ ได้แก่ รัฐบาลกลาง (Federal), รัฐ/ดินแดน (State/Territory), และท้องถิ่น (Local Council)
- ร่างกฎหมายเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติ (Bill) จนกว่าจะได้รับการลงพระปรมาภิไธย (Royal Assent) จากผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจึงจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
1. รัฐธรรมนูญแห่งออสเตรเลียและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญแห่งออสเตรเลียคือเอกสารกฎหมายสูงสุดที่ก่อตั้งรัฐสภาเครือรัฐและกำหนดกรอบการบริหารประเทศออสเตรเลีย โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1901
วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ: เสียงข้างมากสองชั้น
รัฐธรรมนูญแห่งออสเตรเลียไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้เพียงแค่ผ่านมติของรัฐสภา แต่จะต้องกระทำผ่านการลงคะแนนเสียงระดับชาติที่เรียกว่า การลงประชามติ (Referendum) เพื่อให้การลงประชามติประสบความสำเร็จ จะต้องได้รับ เสียงข้างมากสองชั้น (Double Majority) ดังนี้:
- เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ (มากกว่า 50% ทั่วออสเตรเลีย)
- เสียงข้างมากของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอย่างน้อย 4 จาก 6 รัฐ
2. ประมุขแห่งรัฐเทียบกับหัวหน้ารัฐบาล
ออสเตรเลียปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญคือต้องไม่สับสนระหว่างประมุขแห่งรัฐกับหัวหน้ารัฐบาล:
ประมุขแห่งรัฐ
สมเด็จพระเจ้า찰스ที่ 3 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งออสเตรเลีย เนื่องจากพระองค์ประทับอยู่ที่สหราชอาณาจักร พระองค์จึงทรงมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน (Governor-General) เป็นผู้แทนพระองค์ในระดับสหพันธรัฐ และมีผู้ว่าการรัฐ (Governors) ในแต่ละรัฐทั้ง 6 รัฐ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระจากพรรคการเมือง
หัวหน้ารัฐบาล
นายกรัฐมนตรีคือผู้นำรัฐบาลออสเตรเลีย โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง (หรือกลุ่มพรรคการเมืองผสม) ที่ชนะการเลือกตั้งและครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการเลือกตั้งระดับชาติ
3. การแบ่งแยกอำนาจ
เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มคนหรือบุคคลใดผูกขาดอำนาจเบ็ดเสร็จ รัฐธรรมนูญจึงแบ่งการปกครองออกเป็นสามฝ่ายอิสระ:
ฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา)
มีอำนาจในการตราและแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ประกอบด้วยพระมหากษัตริย์ (ทรงมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเป็นผู้แทน), วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร
ฝ่ายบริหาร (รัฐบาล)
มีอำนาจในการนำกฎหมายไปปฏิบัติจริงและบริหารนโยบายสาธารณะ ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง และหน่วยงานต่างๆ
ฝ่ายตุลาการ (ศาล)
มีอำนาจทางกฎหมายในการตีความและบังคับใช้กฎหมาย ประกอบด้วยผู้พิพากษาที่เป็นอิสระจากศาลต่างๆ โดยมีศาลสูงแห่งออสเตรเลียเป็นประธานสูงสุด
4. รัฐบาล 3 ระดับ
ออสเตรเลียมีระดับการปกครองที่มาจากการเลือกตั้ง 3 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับมีหน้าที่ความรับผิดชอบชัดเจนในการให้บริการแก่ชุมชน:
| ระดับการปกครอง | ผู้นำ / องค์กร | ความรับผิดชอบหลัก |
|---|---|---|
| 1. รัฐบาลกลาง (Commonwealth) | นายกรัฐมนตรี / รัฐสภาแห่งสหพันธรัฐ | การป้องกันประเทศ, การต่างประเทศ, การตรวจคนเข้าเมือง, การค้า, ภาษีอากร, ประกันสังคม (Centrelink), สกุลเงิน, บริการไปรษณีย์ |
| 2. รัฐและดินแดน | มุขมนตรีแห่งรัฐ (Premier) / หัวหน้าคณะรัฐมนตรีดินแดน (Chief Minister) | โรงพยาบาลและสาธารณสุขของรัฐ, โรงเรียนรัฐบาล, ตำรวจ, ขนส่งสาธารณะ, ทางรถไฟ, ทางหลวงสายหลัก, การป่าไม้, ไฟฟ้า |
| 3. ท้องถิ่น (สภาท้องถิ่น / เทศบาล) | นายกเทศมนตรี หรือ ประธานสภาเขต/สมาชิกสภา | การเก็บขยะ, ถนนและทางเท้าท้องถิ่น, สวนสาธารณะและสนามเด็กเล่น, ห้องสมุดประชาชน, การจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง, ผังเมือง |
5. รัฐสภาสหพันธรัฐและกระบวนการตรากฎหมาย
รัฐสภาสหพันธรัฐในแคนเบอร์รามีระบบสองสภา (Bicameral - สองสภา):
สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives - สีเขียว)
หรือเรียกว่า "สภาล่าง" หรือ "สภาประชาชน" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MPs) เป็นตัวแทนเขตเลือกตั้งที่แบ่งตามจำนวนประชากรโดยประมาณ พรรคการเมืองที่ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้จะได้จัดตั้งรัฐบาล
วุฒิสภา (The Senate - สีแดง)
หรือเรียกว่า "สภาสูง" หรือ "สภาแห่งรัฐ" แต่ละรัฐจาก 6 รัฐจะเลือกวุฒิสมาชิก 12 คนโดยไม่คำนึงถึงจำนวนประชากร และแต่ละดินแดนเลือกวุฒิสมาชิก 2 คน (รวมวุฒิสภารวม 76 คน) ทำหน้าที่เป็นสภาทบทวนกฎหมาย
ขั้นตอนในการตรากฎหมายใหม่
6. การเลือกตั้งภาคบังคับและระบบศาล
การลงคะแนนลับและการเลือกตั้งภาคบังคับ
การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นภาคบังคับสำหรับพลเมืองออสเตรเลียทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป การลงคะแนนใช้วิธีลงคะแนนลับ (Secret Ballot) ซึ่งหมายความว่าการลงคะแนนของคุณเป็นความลับส่วนบุคคลโดยสมบูรณ์ และไม่มีใครสามารถบังคับให้คุณเปิดเผยว่าคุณเลือกใครได้
ศาลอิสระและตำรวจ
ผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมบทมีความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์จากรัฐสภาและนักการเมือง ศาลสูงแห่งออสเตรเลีย (High Court of Australia) เป็นศาลอุทธรณ์สูงสุดและทำหน้าที่ตีความรัฐธรรมนูญ ตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายแต่ไม่มีอำนาจตัดสินความผิดหรือกำหนดบทลงโทษ